วันอาทิตย์ 22 ตุลาคม 2560
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > บันเทิง > แตงโม เปิดใจ! ตอบข้อสงสัย..รีเทิร์น แต๊งค์ พงศกร

แตงโม เปิดใจ! ตอบข้อสงสัย..รีเทิร์น แต๊งค์ พงศกร

หมวดหมู่ : บันเทิง 27 กันยายน 2017 เปิดอ่าน 25 views ครั้ง

นักแสดงสาว “แตงโม นิดา” ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรกในงานแถลงข่าว “CLEO 50 MOST ELIGIBLE BACHELORS 2017” ถึงสเตตัสหัวใจ หลังจากที่มีภาพถ่ายชวนให้สงสัยระหว่างเธอและอดีตหนุ่มคนรัก“แต๊งค์ พงศกร” ขณะจัดทริปพักผ่อนไกลถึงประเทศเกาหลี จนหลายคนส่งเสียงเชียร์หนักมากว่าอยากเห็นคู่รักคนบันเทิงคู่นี้กลับมารีเทิร์นกันอีกครั้ง

ซึ่งงานนี้นอกจาก แตงโม นิดา จะออกมาเปิดห้องหัวใจเคลียร์ประเด็นร้อนเกี่ยวกับ แต๊งค์ พงศกร ที่หลายคนกำลังสงสัย เจ้าตัวก็ยังถือโอกาสนี้เล่าโมเม้นต์สุดพิเศษของครอบครัว ที่ตัวเธอเองยอมรับว่ารอคอยมานานถึง 30 ปี กับการได้ร่วมโต๊ะอาหารแบบพร้อมหน้าพ่อแม่ลูกและถ่ายรูปครอบครัวร่วมกันในวันคล้ายวันเกิด

“ทริปเกาหลีที่หลายคนได้เห็นคือเราก็ไปด้วยกันค่ะ ซึ่งตัวโมเองได้พาญาติสนิทของโมไปเสริมสวย ส่วนคุณแต๊งค์ก็พอดีตอนนั้นเขาเพิ่งเจอกับแผลสดจากการเลิกรากับแฟน ซึ่งพอโมเห็นว่าเขาโพสต์ข้อความเศร้าๆ “โมก็เลยเข้าไปถามเขาว่า เขาเป็นอะไรหรือเปล่า หรือถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกโมได้นะ” และพอหลังจากนั้นประมาณไม่กี่วันซึ่งเป็นช่วงที่โมจะต้องเดินทางไปเกาหลี โมก็เลยถามเขาอีกครั้งประมาณว่า “เขาอยากจะไปด้วยกันไหมจะได้ไปพักผ่อน ไปปล่อยสมอง ไปเดินเล่น” แต๊งค์เขาก็ตอบตกลง”

“จริงๆ ก่อนหน้านี้เราสองคนไม่เคยคุยกันเลยนะคะ แต่พอโมมาได้เห็นเขาโพสต์ข้อความแบบคนกำลังเศร้าซ้ำๆ โมก็เลยได้เข้าถามเขาไป เพราะโมคิดว่าปัญหาที่เขาเจอก็คงหนักเหมือนกัน ซึ่งหลังจากที่เราได้ไปเกาหลีก็ดูเหมือนว่าสภาพจิตใจเขาจะดีขึ้นในระดับหนึ่ง แต่ของแบบนี้มันก็ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษา”

พอได้กลับมาพูดคุยกันอีกครั้งเราคุยกันเรื่องอะไรบ้าง 
“ก็ถามกันว่าช่วงที่ห่างหายไปแต่ละคนไปทำอะไรกันมาบ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วเราก็ไม่ได้คุยกันแบบลงรายละเอียดลึกๆ สักเท่าไหร่ ส่วนเรื่องที่หลายคนลุ้นให้เรากลับมาคบกัน ถามว่าจะมีโอกาสไหม เอ่อ…โอกาสมีสำหรับทุกคนนะคะ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคุณแต๊งค์คนเดียว คือถ้าหากใครที่เป็นคนที่ใช่หรือถูกที่ถูกเวลาตามที่พระเจ้าส่งมา โมคิดว่าก็คงเป็นคนนั้นแหละค่ะ เพียงแต่ว่าตอนนี้โมยังไม่เจอ แต่สำหรับแต๊งค์ก็ถือว่าเขามีโอกาสมากกว่าคนอื่น เพราะเราทั้งคู่ก็เคยมีพื้นฐานที่เคยรู้จักกันมาก่อน เพียงแค่ ณ ตอนนี้โมอยากให้เขารักษาใจตัวเองให้หายดีก่อน ให้เขายืนได้ด้วยตัวเอง ให้เขาแฮปปี้ ให้เขามีความสุข เพราะถ้าหากโมได้เห็นเขากลับมาร่าเริงอีกครั้ง โมจะมีความสุขมากๆ เลยค่ะ”

“ถามว่าโมได้ให้กำลังใจเขาบ้างไหม โมให้กำลังเขาตลอดนะคะ โมก็จะคอยบอกเขาว่า ถ้าหากไม่ไหวจริงๆ ก็ให้เขากลับไปง้อกลับไปคืนดีกัน แต่ด้วยความที่ตัวโมเองไม่ทราบไงคะว่าเรื่องราวมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง และถ้าหากโมฟังความจากเขาฝ่ายเดียว โดยที่ไม่ฟังความจากอีกฝ่าย มันก็คงไม่ถูกต้อง เพราะเราก็คงไม่ทราบได้ว่าความเป็นจริงมันคืออะไร”

แต๊งค์เขามีท่าทีเหมือนจะจีบเราบ้างหรือเปล่า 
“ไม่มีนะคะ เราเหมือนเพื่อนที่สนิทกันมานานแล้วมากกว่า แต่ทางครอบครัวเราสองคนก็ค่อนข้างที่จะสนับสนุนนะคะ เพียงแต่ว่าเรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับเราสองคนเป็นหลักว่าเราสองคนพร้อมหรือไม่พร้อมมากกว่า ซึ่ง ณ ตอนนี้เรายังไม่พร้อมทั้งคู่เลย ส่วนเรื่องแรงเชียร์จริงๆ ก็ไม่มีผลเลยนะคะ เพราะยิ่งเรารอบคอบกับชีวิตตัวเองมากเท่าไหร่ ด่านต่างๆ มันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ฉะนั้นมันก็จะยิ่งยากที่เราจะมีแฟน และสำหรับสถานะของโมตอนนี้ก็คือ โมยังโสดแน่นอน แต่ในส่วนของคุณแต๊งค์ก็ถือว่าเพิ่งโสดค่ะ เพียงแค่ไม่แน่ใจว่าในระยะยาวเขาจะยังโสดหรือเปล่า ต้องไปถามเขาดูเอง”

“ถ้าถามถึงความเป็นไปได้ระหว่างเราสองคนก็ 50 – 50 ค่ะ ถือว่าเยอะนะคะ เพราะอย่างที่บอกเหมือนเราไม่ต้องไปเริ่มทำความรู้จักกับใครใหม่ และถ้าหากในอนาคตเรารู้สึกว่าเรามีจุดหมายเดียวกันมันก็อาจจะมีเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้น (ยิ้ม)”

ภาพครอบครัวของเรา ที่มีคุณแม่ คุณพ่อ และก็เราอยู่ในเฟรมเดียวกัน หลายคนประทับใจมาก
“คือมันก็เป็นความฝันของเด็กที่ครอบครัวไม่สมบูรณ์เนอะ ที่แบบว่าอยากให้มีสักวันหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่มาอยู่รวมกัน มานั่งทานข้าวร่วมกัน ซึ่งเอาจริงๆ โมขอมาตั้งแต่เด็กนะคะ แต่ด้วยความที่เมื่อก่อนความเป็นไปได้มันน้อย เพราะคุณแม่ท่านแต่งงานใหม่และอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งพอวันเวลาผ่านไปท่านทั้งสองอายุเพิ่มมากขึ้นและท่านก็เริ่มปลง ท่านก็เลยเหมือนกับพร้อมแล้วที่จะมาทานข้าววันเกิดและก็ถ่ายรูปครอบครัวด้วยกัน”

“ตั้งแต่เกิดมาโมยังไม่เคยมีรูปครอบครัวเลย อิจฉาบ้านอื่นตลอดที่ครอบครัวสมบูรณ์ มันก็เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้โมต้องอธิษฐานกับพระเจ้าว่า “อยากให้พ่อแม่ดีกัน” แต่ถึงแม้ท่านจะไม่ได้ดีกัน แต่ท่านเป็นมิตรต่อกันได้เท่านี้โมก็ขอบคุณพระเจ้ามากแล้ว เพราะโมอธิษฐานถึงเรื่องนี้มา 30 ปี โดยที่โมไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเกิดขึ้น และในที่สุดตอนนี้มันก็สมบูรณ์แล้ว ถือว่าเป็นของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตเท่าที่เคยได้รับมาเลยค่ะ”

เปิดอ่าน 25 views ครั้ง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook