วันจันทร์ 18 ธันวาคม 2560
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ผู้ชาย > 7 ข้อสำคัญในการเลือกรองเท้าวิ่งคู่ใจ

7 ข้อสำคัญในการเลือกรองเท้าวิ่งคู่ใจ

หมวดหมู่ : ผู้ชาย 30 พฤศจิกายน 2017 เปิดอ่าน 20 views ครั้ง

การวิ่งมาราธอน มินิมาราธอน หรือ การวิ่งระยะสั้น ไม่ว่าแบบไหนก็เป็นการออกกำลังกาย ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะทำได้ง่ายและสนุกสนาน แต่หากจะวิ่งก็ควรหารองเท้าวิ่งที่ได้มาตรฐานมาใช้ด้วย ไม่งั้นอาจเกิดอาการบาดเจ็บและกลายเป็นฝันร้ายของการวิ่งไปเลย ดังนั้นแล้ว เรามาดู 7 ข้อที่สำคัญในการเลือกรองเท้าวิ่งกัน

รองเท้าแฟชั่น ไม่ใช่รองเท้าวิ่ง

รองเท้าวิ่งนั้นถูกสร้างมาเพื่อรองรับน้ำหนักของเท้าและร่างกายของเรา ดังนั้นจึงมาการออกแบบมาเพื่อให้ยืดหยุ่นและสร้างสมดุลของร่างกาย รวมทั้งซัพพอร์ตร่างกายเพื่อไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บของข้อเท้า ซึ่งแตกต่างจากรองเท้าผ้าใบธรรมดา หรือรองเท้าแฟชั่นที่อาจดูคล้ายๆ กัน แต่ไม่ได้ถูกสร้างเพื่อให้รองรับน้ำหนัก รวมทั้งไม่มีความยืดหยุ่นเพียงพอในการใช้งาน ดังนั้นต้องเลือกซื้อรองเท้าที่ถูกออกแบบสำหรับการวิ่งโดยตรงเท่านั้น จึงจะสามารถรอบรับการใช้งานได้จริง

ลองก่อนซื้อเถอะจะเกิดผล

รองเท้าวิ่งเป็นรองเท้าที่ต้องการความกระชับของรองเท้าสูง ในเรื่องของไซส์ของรองเท้าจึงสำคัญมากเป็นอันดับแรก การสั่งซื้อโดยไม่ได้ลองนั้นอาจทำให้ใส่ไม่พอดี (แน่นอนว่าคุณอาจใส่ได้ แต่มันไม่ได้พอดีกระชับกับเท้าของคุณ) ซึ่งเมื่อมันไม่พอดี ตอนใช้งานจริงอาจทำให้เกิดการเจ็บกล้ามเนื้อของฝ่าเท้าและข้อเท้าได้ เพิ่มเติมว่า รองเท้าวิ่งแต่ละยี่ห้อนั้นมีการออกแบบไม่เหมือนกัน ดังนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นไซส์เดียวกัน แต่ก็อาจมีพื้นและความกว้าง-หนาไม่เท่ากัน การลองจึงจำเป็นจริงๆ

ฝ่าเท้าแต่ละคนใครว่า เหมือนกัน? เช็ครูปเท้าด้วยนะ

รูปเท้าของคนเรานั้นไม่เท่ากัน ถึงแม้ว่าจะมีไซส์ที่เท่ากันก็ตาม แน่นอนว่า สำหรับรองเท้าทั่วไปแค่ไซส์อาจเพียงพอ แต่สำหรับรองเท้าวิ่งนั้นรูปเท้าเป็นอีกอย่างที่ต้องคิดถึง รูปแบบเท้าของคนเราจะส่งผลต่อรองเท้าวิ่งที่ดี อาทิ คนที่มีฝ่าเท้าสูงและมีข้อเท้าอยู่ในลักษณะโก่งออกไปด้านข้าง จะส่งผลให้น้ำหนักลงไปที่ด้านนอกมากกว่าด้านใน หรือ ฝ่าเท้าที่เอียงไปด้านใน ทำให้ฝ่าเท้าด้านนอกยกสูงกว่าปกติ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ตาม การเลือกรองเท้าวิ่งให้เหมาะสมก็จะส่งเสริมการวิ่งของคุณให้ดียิ่งขึ้น แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่า รูปเท้าของเรามีรูปแบบใด แนะนำให้ไปร้านรองเท้าวิ่งโดยเฉพาะเพื่อให้ทางร้านช่วยวิเคราะห์ให้ หรืออาจหาข้อมูลผ่านเว็บไซต์

ใส่ได้พอดีไม่พอ ต้องยืดหยุ่นด้วย

เมื่อได้รองเท้าวิ่งที่ใส่ได้พอดีแล้ว รองรับรูปเท้าของคุณอย่างถูกต้อง อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ การที่รองเท้ามีความยืดหยุ่นพอดีๆไม่มากและไม่น้อยเกินไป ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ โดยการออกแรงดึงปลายรองเท้าด้านหน้าเข้ามาด้านในเบาๆ หากรองเท้ามีการงอตามแรงกด ถือว่ามีความยืดหยุ่นที่ดี แต่หากเราดึงปลายรองเท้าเข้ามาด้านในเบาๆ แต่รองเท้าเกิดอาการยับย่นไปทั้งรองเท้า ถือว่า รองเท้ามีความยืดหยุ่นเกินไป เพราะเกิดการงอมากไป ถ้าเลี่ยงรองเท้าวิ่งแบบนี้ได้ก็จะดีกว่า เพราะถือว่าไม่สามารถป้องกันเท้าจากอาการบาดเจ็บได้เลย

เวลาที่เหมาะสม จะพาคุณไปเจอรองเท้าที่เหมาะสม

ช่วงเวลาในการไปเลือกซื้อ-ลองรองเท้าวิ่งส่งผลต่อการเลือกรองเท้าที่เหมาะสมได้ เนื่องจากช่วงที่ผ่านการเดินมามาก หรือไม่ได้เดินมาสักระยะนั้นส่งผลต่อขนาดของเท้าคนเราด้วย ถึงจะไม่มาก แต่ก็อาจส่งผลให้สัดส่วนที่ควรใส่รองเท้าได้สบายกลับไม่สบายซะงั้นเมื่อได้เดินไปจริงๆ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเลือกซื้อรองเท้า คือช่วงเวลาเย็น-ค่ำ เนื่องจากผ่านการเดินหรือวิ่งระหว่างวันแล้ว เท้าจึงมีการขยายตัวอย่างเต็มที่ ซึ่งจะทำให้สามารถลองรองเท้าที่พอดีกับเท้าของคุณได้จริงๆ

ไม่มีคนรู้ใจคุณมากไปกว่าตัวคุณเอง

การเลือกรองเท้าวิ่งนั้นเหมือนการเลือกซื้อเสื้อผ้า ในท้ายที่สุดคุณจะเป็นคนใส่มันเอง ดังนั้นควรเลือกคู่ที่ถูกใจคุณมากที่สุด เพราะไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับคุณไปได้มากกว่าตัวคุณเอง ใครจะแนะนำรองเท้าวิ่งให้คุณยังไง มีความนา่เชื่อถือยังไงก็ตาม แต่หากคุณไม่รู้สึก ชอบใจ ถูกชะตากับรองเท้าวิ่งคู่นั้นแล้ว รองเท้าคู่นั้นอาจไม่เหมาะกับคุณก็ได้

เมื่อมันเก่า หมดอายุ เราก็ต้องปล่อยมันไป

อย่าได้เอารองเท้าวิ่งมือสองหรือว่า รองเท้าวิ่งเก่าๆของคนในครอบครัวมาใช้เชียว เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมีวันหมดอายุ รองเท้าวิ่งก็เช่นกัน มันมีวันเสื่อมสภาพ รองเท้าวิ่งหนึ่งคู่นั้นสามารถวิ่งได้ประมาณ 300-400 กม. หลังจากนั้นก็อาจเสื่อมทั้งพื้นของรองเท้า ตัววัสดุที่เริ่มยืดไม่กระชับเหมือนตอนแรกอีกต่อไป เมื่อถึงลิมิตแล้วก็ควรจะซื้อคู่ใหม่มาใส่ ไม่งั้นแทนที่จะได้ประหยัดเงิน อาจต้องเสียเงินค่ารักษาพยาบาลก็เป็นได้ ระวังๆ กันด้วย

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook