วันศุกร์ 20 เมษายน 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ผู้ชาย > วิธีการดื่มเบียร์ให้เป็นประโยชน์

วิธีการดื่มเบียร์ให้เป็นประโยชน์

หมวดหมู่ : ผู้ชาย 29 ธันวาคม 2017 เปิดอ่าน 50 views ครั้ง

เบียร์เป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่งเก่าแก่อันดับต้นโลก ที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่ครั้งอดีต เป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติละมุน เมื่อฟองนุ่มนวลได้สัมผัสริมฝีปากบนปลายลิ้น ก็จะรู้สึกขมเล็กน้อยแต่อร่อยแสนนาน ถูกใจนักดื่มกันทุกท่าน ด้วยรสชาติที่ลงตัวช่วยดับกระหายคลายร้อนได้เป็นอย่างดี เหมาะในงานเลี้ยงฉลองสังสรรค์ แล้วยังใช้เป็นตัวแทนกระชับความสัมพันธ์ของกลุ่มเพื่อน เบียร์หากดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ สามารทำให้มีประโยชน์ต่อร่างกายของเราได้อีกด้วย ส่วนวิธีดื่มอย่างไรจะช่วยทำให้ได้ประโยชน์ ลองมาหาคำตอบกันดู

มีการศึกษาวิจัยจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ จากหลายประเทศทั่วโลกต่างยอมรับว่าการดื่มเบียร์ สามารถช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์เมื่อดื่มเบียร์ในปริมาณที่พอเหมาะ นั่นก็คือควรเลือกดื่มประมาณ 1-2 กระป๋องจะช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์หลังจากเราดื่มเบียร์ไป เบียร์ช่วยลดการเกิดโรคหัวใจ ช่วยให้การไหลเวียนระบบเลือดทำงานได้ดียิ่งขึ้น เบียร์ยังช่วยสามารถทำให้คุณหลับสบาย ถ่ายปัสสาวะเป็นปกติ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคนิ่วในไตได้

นอกจากนั้นในเบียร์ยังมีวิตามินบี 6 มีสารโฟเลตในปริมาณสูง ช่วยเพิ่มการทำงานของเลือดลม ประโยชน์ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั้น อาจสรุปได้ว่าเมื่อคุณได้ดื่มเบียร์ในปริมาณที่พอเหมาะ ก็จะทำให้ร่างกายของคุณได้รับประโยชน์ที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

ส่วนประกอบหลักที่ทำให้เกิดเบียร์

เบียร์เป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบ โดยหลักแล้วมีตัวส่วนประกอบทำให้เบียร์มีความอร่อยแล้วรสชาติต่างกันไปนั่นก็คือ พืชที่ใช้ในการหมักเบียร์แล้วก็ระยะเวลาของการทำงานโดยจุลินทรีย์ ก็จะมีผลทำให้เบียร์มีรสชาติที่ต่างกันไป ส่วนประกอบที่สำคัญ ก่อนที่คุณจะได้มานั่งดื่มเบียร์สักแก้วนั่นก็คือ

น้ำ ส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้เลย คือส่วนประกอบหลักในการทำเครื่องดื่มทุกชนิด ซึ่งน้ำในแต่ละพื้นที่ ก็จะทำให้รสชาติเบียร์ของแต่ละพื้นที่นั้นแตกต่างกันตามไปด้วย ถึงแม้ว่าจะผ่านกระบวนการในวีธีการผลิตที่เหมือนกัน โดยใช้ระยะเวลาที่เท่ากัน

มอลต์ เป็นเมล็ดข้าวที่ได้จากข้าวบาร์เล่ย์ เป็นที่นิยมมากที่สุดสำหรับใช้ในการหมักเบียร์ เพราะมอลต์เมื่อเข้าสู่ในกระบวนการหมักแล้ว สามารถทำให้แป้งจากมอลต์เปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้เร็วที่สุด ซึ่งนอกจากมอลต์ ยังมีพืชอีกหลายชนิด ที่สามารถนำมากหมักเบียร์ได้อีก

ฮอปส์ คือส่วนประกอบที่ใช้ลดความหวานและปรับตัวให้มอลต์ เมื่อเข้าสู่กระบวนการหมักเบียร์ เมื่อมอลต์เปลี่ยนจากแป้งเป็นน้ำตาล จึงทำให้ไม่หวานมากจนเกินไป ฮอปส์คือส่วนประกอบที่ทำให้เบียร์มีรสชาติขม ถือได้ว่าฮอปส์คือตัวช่วยคงให้เบียร์มีคุณภาพที่สูง

ยีสต์ เป็นส่วนประกอบในการช่วยทำให้เมล็ดพืชเข้าสู่กระบวนการหมัก ย่อยสลายน้ำตาลแล้วเปลี่ยนให้กลายมาเป็นแอลกอฮอล์ โดยปริมาณระดับแอลกอฮอล์ของเบียร์ที่อยู่ในระดับปกติก็คือ 4%-6%

ประเภทของเบียร์

เบียร์นอกจากถิ่นฐานของการผลิตเบียร์แล้ว ที่ทำให้สีแล้วรสชาติมีความเป็นเอกลักษณ์เมื่อนักดื่มได้ทดสอบก็สามารถรับรู้ได้เองว่าคือเบียร์อะไร นอกจากเรื่องรสชาติแล้ว โดยทั่วไปประเภทของเบียร์นั้นสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ นั่นก็คือ

Lager Beer (ลาเกอร์เบียร์) กับ Ales Beer (เอล)

ลาเกอร์เบียร์มีวิธีการหมักโดยใช้ยีสต์ที่ด้านก้นถัง โดยหมักภายใต้อุณหภูมิต่ำ โดยเรียกวิธีการหมักชนิดนี้ว่า Bottom Fermentation ส่วนเอลจะใช้วิธีการหมักโดยใช้ยีสต์ที่ด้านบนในถัง ภายใต้อุณหภูมิที่มีความอุ่นปานกลาง โดยเรียกวิธีการหมักชนิดนี้ว่า Top Fermentation ผลที่ได้จากการหมักเบียร์สองชนิดนี้นั้นก็คือ ลาเกอร์เบียร์จะมีดีกรีของแอลกอฮอล์ต่ำกว่าเอล นอกจากการหมักแล้วความแตกต่างในการบรรจุขวดหรือกระป๋องของเบียร์ ระหว่างลาเกอร์เบียร์ใช้เวลาเก็บนานมากกว่าเอล ก่อนที่จะบรรจุไปจำหน่ายจึงได้รสชาติทีแตกต่างกันไป

 

Pepperrr

สนับสนุนเนื้อหา

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook