วันพฤหัส 21 มิถุนายน 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าววันนี้ > กรมอุทยานลั่น! มั่นใจในหลักฐาน เอาผิด’เปรมชัย’ได้ แม้กระแสโซเชียล #ไม่เอาศรีวราห์

กรมอุทยานลั่น! มั่นใจในหลักฐาน เอาผิด’เปรมชัย’ได้ แม้กระแสโซเชียล #ไม่เอาศรีวราห์

หมวดหมู่ : ข่าววันนี้ 8 มีนาคม 2018 เปิดอ่าน 42 views ครั้ง

วันที่ 7 มี.ค. ที่ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์ปฎิบัติการป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ บางเขน กรุงเทพมหานคร นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แถลงถึงความคืบหน้าคดีการล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก และกรณีกรมอุทยานแห่งชาติฯ แจ้งความร้องทุกข์การครอบครองงาช้างแอฟริกาของนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบมจ.อิตาเลียนไทยฯ กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายปิ่นสักก์ กล่าวว่า ทางกรมอุทยานแห่งชาติได้รวบรวมพยานหลักฐานกว่า 1 เดือน เพื่อส่งมอบให้กับทางพนักงานสอบสวน โดยทางเราทำงานเป็นเนื้อเดียวกัน มีร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือ และ นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ซึ่งเรายืนยันว่า นายวิเชียร จะต้องไม่โดดเดี่ยว อยากให้สังคมสบายใจ ว่าไม่ต้องกังวลว่า ทางนายวิเชียรจะถูกกลั่นแกล้ง หาว่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ทำหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นแล้ว และตนก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ซึ่งผลออกมาแล้วพบว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่

“กรมอุทยานแห่งชาติ ฯ ได้รวบรวมพยานหลักฐานกว่า 90 เปอร์เซ็น อาทิ การตรวจซากเนื้อเสือดำในหม้อซุป กระดูกท่อนขา จำนวน 2 ชิ้น ที่พบในที่เกิดเหตุ ซึ่งพบว่าเป็นเนื้อเสือดำตัวเดียวกัน ส่วนที่นายเปรมชัยอ้างว่าเป็นเนื้อเก้ง ผลพิสูจน์พบว่าเป็นเนื้อหมูป่า ชิ้นเนื้อที่อ้างว่าเป็นเนื้อไก่ฟ้าหลังเทา พบว่าเป็นไก่ฟ้าหลังขาว ขณะที่วัตถุพยานที่พบในที่เกิดเหตุ ได้แก่ มีดอีโต้ มีดทำครัว และมีเหน็บ รวมจำนวน 6 เล่ม จากการตรวจสอบแล้ว ปรากฎว่ามีดเหน็บ จำนวน 2 เล่ม พบดีเอ็นเอของเสือดำ ซึ่งเป็นเสือดำตัวดังกล่าว นอกจากนั้นยังมีหลักฐานที่พบเพิ่มเติมคือถุงสีดำ ที่ใส่ซากเสือดำในวันเกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้มีการส่งหลักฐานทั้งหมดให้กับทางพนักงานสอบสวน และทำการตรวจสอบเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม “

“ในส่วนกรณีการนำไฟฉายให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีความกังวลว่าจะทำให้นายวิเชียร ต้องโทษคดีหรือไม่นั้น จากการตรวจสอบพบว่าใบปะหน้าที่นำไฟฉายมาให้ ผู้มอบคือนายนพดล พฤกษะวัน อดีตข้าราชการ กรมอุทยานฯ ไม่ใช่นายเปรมชัยและไฟฉายก็ไม่ได้มีมูลค่ามากมายเฉลี่ยอันละ 120 บาท และเป็นการให้เจ้าหน้าที่ตามปกติ จึงไม่ต้องกังวลว่านายวิเชียรจะมีความผิดในข้อหารับสินบน “

นายปิ่นสักก์ กล่าวอีกว่า สำหรับการสอบผลดีเอ็นเองาช้างที่ตรวจยึดได้จากบ้านนายเปรมชัย จำนวน 4 กิ่ง หรือ 2 คู่ ตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ.61 ที่ผ่านมา ทางหน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์ของกรมอุทยานฯ ได้แจ้งผลมาแล้วว่า ทั้ง 4 กิ่ง เป็นงาช้างจากแอฟริกา ซึ่งเป็นซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งภรรยานายเปรมชัยได้จดแจ้งผิดประเภท งช.3 หรืองาช้างบ้าน ซึ่งตอนที่กรมอุทยานเปิดให้ผู้ที่ครอบครองงาช้างแอฟริกา ได้เปิดให้ผู้ครอบครองได้ลงทะเบียนขอใบอนุญาติครอบครองเมื่อปี 2558 โดยตามกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิด เป็นสัตว์คุ้มครอง(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2558 ซึ่งอาศัยตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 6 วรรคหนึ่ง แห่งพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และกฎหมายอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส ถือเป็นการครอบครองงาช้างที่ผิดกฎหมายชัดเจน

เมื่อวันที่ 6 มี.ค.61 นายนุวรรต ลีลาพตะ รองหัวหน้าชุดปฎิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดด้านสัตว์ป่า (ชุดเหยี่ยวดง) กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้เข้าแจ้งความกับทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ บก.ปทส. เพื่อดำเนินคดีกับนางคณิตดา กรรณสูต ภรรยานายเปรมชัย ในความผิดฐานมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง (งาช้างแอฟริกา) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้ว

โดยทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ ขอยืนยันในความตั้งใจของเจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันปฏิบัติการทั้งหมด ว่า อยากนำผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี เนื่องจาก มีการทำร้ายสัตว์ป่าในพื้นที่ของเรา และเสือดำที่ตายไป มีผลต่อระบบนิเวศน์ของป่า และในส่วนของสื่อสังคมออนไลน์ที่มีการโจมตี ติดแฮชแท็ก ด้วยข้อความ ว่า #ไม่เอาศรีวราห์ นั้น ตนยังเชื่อมั่นในการทํางานเป็นทีม ที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้และมั่นใจกับ หลักฐานที่มอบให้กับทางพนักงานสอบสวนสามารถเอาผิดกับผู้กระทำผิดได้

 

ขอขอบคุณ www.khaosod.co.th

ข่าวล่าสุดของหมวดหมู่ ข่าววันนี้

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook