วันจันทร์ 22 ตุลาคม 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > กีฬา > ”ช้างศึก”พ่าย”สโลวะเกีย”หวิวรอบชิงฯฟุตบอลคิงส์คัพ

”ช้างศึก”พ่าย”สโลวะเกีย”หวิวรอบชิงฯฟุตบอลคิงส์คัพ

หมวดหมู่ : กีฬา 26 มีนาคม 2018 เปิดอ่าน 117 views ครั้ง

การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 46 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อ 25 มี.ค. คู่ที่สองเป็นการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ทีมชาติไทย ซึ่งเอาชนะจุดโทษกาบองมาในเกมแรก 4-2 ลงสนามพบกับ ทีมชาติสโลวะเกีย ที่ชนะยูเออีมา 2-1  โดยไทย(129)มีอันดับห่างจากสโลวะเกีย(29)ถึง 100 อันดับทีเดียว

โดยเกมนี้แฟนบอลให้ความสนใจจำนวนมาก เข้ามาชมกันในสนามราว 45,000 คน ขณะเดียวกัน ยังคงมีศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปวง “บีเอ็นเค48” เดินทางมาร่วมเชียร์ในสนาม โดยมากัน 6 คน ประกอบด้วย ปัญ-ปัญสิกรณ์ ติยะกร, เนย-กานต์ธีรา วัชรทัศนกุล, มิวสิค-แพรวา สุธรรมพงษ์, แก้ว-ณัฐรุจา ชุติวรรณโสภณ, ตาหวาน-อิสราภา ธวัชภักดี และ น้ำหนึ่ง-มิลิน  ดอกเทียน รวมไปถึงยังมี “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น นักชกแชมป์โลกชาวไทย เข้ามาร่วมให้กำลังใจด้วย

ด้านตัวผู้เล่นเกมนี้ มิโลวาน ราเยวัช เฮดโค้ชทีมชาติไทย ยังคงใช้บริการนักเตะชุดเดิมจากเกมที่เฉือนชนะ กาบอง ประกอบด้วย  กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ฟิลิป โรลเลอร์, ธีราทร บุญมาทัน, พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา, เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, พรรษา เหมวิบูลย์, จักรพันธ์ แก้วพรม, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, มงคล ทศไกร และ ธีรศิลป์ แดงดา

ขณะที่ สโลวะเกีย มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นจากนัดแรก ส่ง  มาร์ติน สเคอร์เทล, มิชัล ซูลล่า, บอริส เซคูลิช, โรเบิร์ต มาซาน, ลูโบเมียร์ ซัตก้า, แยน เกรกัส, อองเดร   ดูดา, เอริก ซาโบ, เอริก ปาซินด้า, อดัม เนเมช และ โรเบิร์ต มัก

เริ่มเกม สโลวะเกียเป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่าเล็กน้อย กระทั่งนาทีที่ 10 ได้ประตูออกนำจากจังหวะที่ โรเบิร์ต มัก วิ่งเบียดมากับ ฟิลิป โรลเลอร์ ขึ้นมาทางซ้ายสุดเส้นหลัง ก่อนจ่ายตัดเข้ากลาง บอลมาถึง อองเดร ดูดา ได้ชาร์จนิ่มๆ ส่งบอลเข้าประตูไปให้สโลวะเกียออกนำ  1-0

หลังจากเสียประตู ทีมชาติไทย พยายามเปิดเกมบุก หวังทวงประตูคืน กระทั่งนาทีที่ 27 ทีมชาติไทยได้โอกาสสวนกลับเร็วอีกครั้ง ชนาธิป สรงกระสินธ์แตะบอลไปข้างหน้าหนึ่งจังหวะก่อนตัดสินใจเปิดให้ ธีรศิลป์ แต่บอลไปติด มาร์ติน สเคอร์เทล ที่เข้าไปขวางทางบอล ทำเอาอดีตกองหลังลิเวอร์พูลเกือบสลบและต้องปฐมพยาบาลกันอยู่พักหนึ่ง

ถัดมา 3 นาที ไทยได้ลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะที่ ฐิติพันธ์  พ่วงจันทร์ได้บอลตรงกลางสนาม ก่อนกระชากหลอกแผงหลัง สโลวะเกีย หลุดเข้าไปในเขตโทษ แล้วซัดเต็มข้อ แต่บอลดันเหินข้ามคานออกไปแบบได้เสียว

ทีมชาติไทยยังคงเปิดเกมบุกต่อเนื่อง ทว่านาที 33 กลับเป็น สโลวะเกีย ได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่นักเตะไทยเสียสมาธิเพียงครู่เดียว และเป็น เอริค ปาซินด้า แทงทะลุช่องให้ โรเบิร์ต มัก วิ่งเข้ามาแป สวนตัว กวินทร์ เข้าไปอย่างง่ายดาย

ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 42  กองเชียร์ไทยในราชมังคลากีฬาสถานได้เฮกันลั่น เมื่อนายทวารทีมเยือนจ่ายบอลผิดพลาด บอลมาเข้าทาง ธีรศิลป์ ก่อนเจ้าตัวจะไหลถวายพานให้ จักรพันธ์ แก้วพรม วิ่งเข้ามายิงเน้นๆ ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายให้ทีมชาติไทย ตีไข่แตกได้สำเร็จ 1-2

ถัดมา 2 นาที ไทยเกือบได้ประตูตีเสมอ มงคล ทศไกร ได้บอลในเขตโทษก่อนตัดสินใจซัดเต็มด้วยขวา แต่กดไม่ลง บอลเหินข้ามคานออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ก่อนจะจบครึ่งแรก ทีมชาติไทยตามหลัง สโลวะเกีย 1-2

ครึ่งหลัง ทีมชาติไทย แก้เกมด้วยการส่ง บดินทร์ ผาลา ลงมาแทน มงคล ทศไกร พร้อมกับเปิดเกมบุกทันทีนาทีที่ 47 ชนาธิป ทำชิ่งบอลเร็วให้ บดินทร์ หลุดไปยิง แต่โดนไม่เต็ม บอลไหลออกหลังฝั่ง สโลวะเกีย นาที 51 ไทยได้ลุ้นอีกครั้ง ธีรศิลป์ได้จังหวะจ่ายทะลุช่อง แผงหลัง สโลวะเกีย เคลียร์บอลไม่ขาด มาเข้าทาง ชนาธิป ยิงเลียด นายด่านทีมเยือนปัดออกมา ก่อนที่แผงหลังจะตามมาเคลียร์ออกหลังไป

ถัดมา 2 นาที ธีรศิลป์ แทงบอลทะลุช่องอีกครั้ง คราวนี้เป็น ธีรทร ได้ยิงบอลไปแฉลบแผงหลัง สโลวะเกีย เกือบจะเปลี่ยนทางเข้าประตู แต่ มิชัล ซูลล่า นายด่านสโลวะเกีย ยังผวาปัดออกไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ นาที 63 เป็นจังหวะลุ้นประตูของทีมเยือน แยน เกรกัส แทงทะลุช่อง บอลไปถึง โรเบิร์ต มัก หลุดเข้าไปยิงส่งบอลเข้าประตูไป แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงเป็นจังหวะล้ำหน้า ถัดมา 1 นาที ทีมชาติไทย เปลี่ยนตัวผู้เล่นครั้งที่ 2 ส่ง นูรูล ศรียานเก็ม ลงมาแทน จักรพันธ์ แก้วพรหม

นาที 68 สโลวะเกีย มาได้ประตูที่ 3 จากจังหวะ เอริก ปาซินด้า ปั่นด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ถัดมา 2 นาที ไทยได้โอกาสลุ้นประตูที่ 2 จากจังหวะผิดพลาดของ มิชัล ซูลล่า ผู้รักษาประตูทีมเยือนออกบอลช้า ผู้ตัดสินจึงชี้เป็นจุดโทษ 2 จังหวะ และเป็น ฐิติพันธ์ ยิงแฉลบกำแพงทีมเยือนออกหลังไป

ช่วงนาที 76  ราเยวัช ทิ้งไพ่ใบสุดท้ายส่ง สิโรจน์ ฉัตรทอง ลงมาแทน พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา และไทยมามีฮึดอีกครั้งในนาที  79  ชนาธิป สรงกระสินธ์ ป่วนแนวรับสโลวะเกียจนเสียกระบวนก่อนที่โรเบิร์ต มักจะต้องจำใจดึง ชนาธิป และไทยได้ฟรีิคิก ฝั่งขวา นูรูล ศรียานเก็ม เปิดบอลเข้าไปที่เสาสองบอลเลยไปถึง พรรษา เหมวิบูลย์ หวดเผาขนไล่มาเป็น 2-3  ช่วยจุดประกายให้ทีมชาติไทยอีกครั้ง

แต่หลังจากนั้นไทยไม่สามารถเจาะเข้าจบเกมไทย  แพ้ สโลวะเกีย ไปแบบสู้ได้สูสี 2-3  คว้าอันดับ 2 คิงส์คัพ ส่วน สโลวะเกีย คว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 2  และพร้อมเพิ่มสถิติให้ทีมจากยุโรปคว้าแชมป์ไปแล้ว 7 ครั้ง

เปิดอ่าน 117 views ครั้ง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook