วันอังคาร 17 กรกฎาคม 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > สาระทั่วโลก > ผลไม้เมืองร้อน สรรพคุณสุดยอดไม่แพ้ใคร !

ผลไม้เมืองร้อน สรรพคุณสุดยอดไม่แพ้ใคร !

หมวดหมู่ : สาระทั่วโลก 28 มีนาคม 2018 เปิดอ่าน 76 views ครั้ง

ผลไม้เมืองหนาวที่ว่าสรรพคุณเลิศอาจต้องชิดซ้าย เพราะผลไม้เมืองร้อนอย่างที่หากินได้ง่ายตลอดปีในบ้านเรา แถมราคาก็ไม่แพงเว่อร์ ก็มีคุณประโยชน์เริด ๆ ที่ต้องร้องว้าว ! เหมือนกันนะ

 

สับปะรด…ลดอาการอักเสบ

ผลไม้รสเปรี้ยวอย่างสับปะรดนี้ มีเอนไซม์บรอมีเลน (Bromelain) ที่ช่วยย่อยโปรตีนได้ดี ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายตัวยาแอสไพริน จึงช่วยลดอาการอักเสบ ลดการจับตัวของเกล็ดเลือดได้ นอกจากนี้ ใครที่มีปัญหาเรื่องกระเพาะอาหาร หรือแน่นท้องหลังกินอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ให้ลองดื่มน้ำสับปะรด หรือกินสับปะรดตามหลังดู จะช่วยลดอาการแน่นท้องด้วย

กล้วย…ช่วยคลายเครียด

ใครรู้สึกว่าวันนี้ไม่แฮปปี้เอาเสียเลย ลองหยิบผลไม้ที่หาซื้อได้ง่าย ๆ อย่าง “กล้วย” มากินดูสิจ๊ะ เพราะกล้วยเปี่ยมไปด้วยวิตามินบี 6 เพียงแค่ลูกเดียวก็ให้วิตามินบี 6 มากถึง 1 ใน 3 ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวันแล้ว และเจ้าวิตามินบี 6 นี่แหละที่จะไปเปลี่ยนกรดอะมิโนทริปโตฟานให้กลายเป็นเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทต้านเครียด ช่วยให้เรารู้สึกอารมณ์ดี ผ่อนคลาย มีสมาธิขึ้น นอกจากนี้ กล้วยยังเป็นแหล่งของโพแทสเซียมชั้นเลิศที่จะช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตด้วยนะ

มะม่วงสุก…ลดโอกาสเสี่ยงมะเร็งเต้านม

ผลไม้สีเหลือง ๆ อย่าง “มะม่วงสุก” อุดมไปด้วย “แคโรทีนอยด์” ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งหลายชนิด แต่ที่สาว ๆ ต้องให้ความสนใจก็คือ โรคมะเร็งเต้านม

โดยการศึกษาจาก International Journal of Cancer เมื่อปี 2009 พบว่า ผู้หญิงที่อยู่ในวัยใกล้หมดประจำเดือนที่กินอาหารที่อุดมไปด้วยแคโรทีนอยด์มากกว่า 2 หน่วยบริโภคต่อวัน สามารถลดโอกาสเสี่ยงมะเร็งเต้านมลงได้ถึง 17% เพราะแคโรทีนอยด์จะไปรบกวนฮอร์โมนเอสโตรเจนอันเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งเต้านม แต่อย่างไรก็ตาม สารแคโรทีนอยด์นี้จะไม่มีผลกับผู้หญิงที่หมดประจำเดือนไปแล้ว นั่นก็เป็นเพราะผู้หญิงวัยทองจะมีการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนออกมาน้อยมากแล้วนั่นเอง

มะละกอ…ปกป้องหัวใจ

รู้ไหมว่า มะละกอ เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมากถึง 70 มิลลิกรัมต่อปริมาณ 100 กรัม และยังมีวิตามินอี วิตามินเอ ซึ่งเป็นสารที่มีความสำคัญในการป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระของคอเลสเตอรอล ซึ่งคอเลสเตอรอลนี้เองที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้น ถ้าอยากให้สุขภาพใจแข็งแรง ลองหยิบมะละกอมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ กินกับโยเกิร์ต จะได้ประโยชน์จากสารแอนติออกซิแดนท์เกินร้อยเลยล่ะ

เงาะ…แก้ท้องร่วง เสริมภูมิคุ้มกัน

ผลไม้รสหวานอร่อยกินเพลินแบบนี้ เปี่ยมไปด้วยวิตามินบี ธาตุเหล็ก แมงกานีส สามารถแก้อาการท้องร่วงชนิดรุนแรงได้ นอกจากนี้ยังมีวิตามินซีสูงจึงช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน เสริมภูมิคุ้มกัน ช่วยรักษาอาการอักเสบในช่องปาก แต่ประโยชน์เหล่านี้ต้องเป็นเงาะสด ๆ เท่านั้นนะ เพราะถ้าเป็นเงาะกระป๋องในน้ำเชื่อมที่แม้จะอร่อยสุด ๆ แต่คุณจะได้รับความหวานจากน้ำตาลมากเกินความต้องการแทน

  ข้อควรระวังก็คือ ไม่ควรกินเงาะมากเกินไป เพราะในเงาะมีสารแทนนิน ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ในกระเพาะอาหาร ดังนั้น ถ้าใครกินเข้าไปมากอาจจะมีอาการท้องอืด ท้องผูก ตามมาได้ และที่สำคัญคือห้ามกินเม็ดเด็ดขาด เพราะในเม็ดจะมีพิษ แม้จะเอาไปคั่วจนสุกแล้วก็ตาม ถ้ากินเข้าไปอาจปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียนตามมาได้เหมือนกัน และเงาะก็เป็นผลไม้ที่มีรสหวานมาก จึงไม่เหมาะกับคนที่กำลังควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดแน่นอน

ทุเรียน ราชาแห่งผลไม้

 แม้ใครจะมองว่า ทุเรียน เป็นผลไม้ที่กินแล้วอ้วน แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ห้ามใจไม่ทานไม่ได้สักที ซึ่งนอกจากรสอร่อยของทุเรียนจะติดใจใครหลายคนแล้ว ตัวทุเรียนเองก็มีเส้นใยอาหารสูง (3-5 กรัม/100 กรัม) และยังเป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุชนิดต่าง ๆ อีกมากมาย เช่น เบต้าแคโรทีนที่ช่วยบำรุงสายตา โฟเลตช่วยบำรุงสมองและความจำ ฯลฯ

 แต่ถ้าจะกินให้ได้รับประโยชน์จากทุเรียนแบบไม่ต้องกลัวอ้วน ก็ต้องกินในปริมาณพอเหมาะ คือ กินไม่เกินครั้งละ 1-2 เม็ด สัปดาห์ละไม่เกิน 3 ครั้ง และหากกินทุเรียนมื้อไหนก็ควรลดปริมาณอาหารมื้อนั้นลงด้วย เพราะการกินทุเรียน 2 เม็ดเทียบเท่ากับการกินข้าว 2 ทัพพี พลังงานที่ได้ก็คือ 160 กิโลแคลอรีเชียวนะ

มังคุด…สุดยอดผลไม้ของหญิงตั้งครรภ์

ถือเป็นผลไม้ที่เหมาะกับผู้หญิงตั้งครรภ์เอามาก ๆ เพราะอุดมไปด้วยวิตามินบี และสารโฟเลตที่ช่วยบำรุงครรภ์ นอกจากนี้ยังมีไฟเบอร์ ธาตุเหล็ก และวิตามินซีที่จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง เสริมสร้างระบบภูมิต้านทานให้แข็งแรง บำรุงกระดูกและฟัน แถมถ้าใครกินเนื้อมังคุดหมดแล้ว ยังเอาเปลือกไปใช้รักษาสิวได้ด้วยนะ

นอกจากนี้ การศึกษาหลาย ๆ ชิ้นยังพบว่า มังคุดมีสรรพคุณดีเลิศต่อสุขภาพอีกมาก ไม่ว่าจะช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ มีฤทธิ์ช่วยขยายตัวของหลอดเลือด จึงช่วยลดความดันโลหิตได้ มีฤทธิ์ป้องกันการเกิดออกซิเดชั่นของไขมันตัวร้าย จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อีก รวมถึงยับยั้งเซลล์มะเร็งได้อีกหลายชนิด ประโยชน์หลายเด้งแบบนี้ รีบหามังคุดมากินด่วนเลย !

น้อยหน่า…รักษาผิวหนัง 

ผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงอย่างแอปเปิลยังต้องชิดซ้ายให้กับน้อยหน่า ที่มีไฟเบอร์สูงอย่างไม่น่าเชื่อ แถมยังมีวิตามินซีสูงถึง 60% ของปริมาณที่ร่างกายต้องการใน 1 วัน และยังมีแมงกานีสสูงปรี๊ดอีกต่างหาก ทั้งหมดทั้งมวลนี้จึงช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส เส้นผมเป็นเงางาม ดวงตาใสปิ๊ง ช่วยรักษาโรคหอบหืด ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

ส่วนใครที่มีปัญหาเรื่องผิวหนัง น้อยหน่าก็ยังมีสรรพคุณทางยาช่วยรักษากลาก เกลื้อน หิด เหา ได้ด้วย ด้วยการนำเมล็ดหรือใบน้อยหน่ามาคั้นน้ำ แล้วนำมาพอกบริเวณที่เป็น จะช่วยรักษาโรคผิวหนัง สมานแผลต่าง ๆ ได้ แต่ต้องระวังอย่าให้น้ำที่คั้นแล้วถูกตา หรือริมฝีปาก เพราะอาจทำให้เกิดอาการแสบร้อน ระคายเคือง

มะเฟือง…ช่วยหลับสบาย

มะเฟืองสดลูกขนาดกลางให้พลังงานเพียง 28 แคลอรี แถมยังให้โพแทสเซียม ไฟเบอร์ และวิตามินซีสูง ช่วยรักษาอาการเลือดออกตามไรฟัน เสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง เป็นยาระบายแก้ท้องผูก ช่วยขับเสมหะ แก้ร้อนในได้ ส่วนใครชอบเครียดบ่อย ๆ นอนก็ไม่ค่อยหลับ มะเฟืองก็คือผลไม้ที่คุณต้องลิ้มลอง เพราะมีสารแอนไฮโดรบาราคอลช่วยคลายความเครียด บรรเทาอาการจิตฟุ้งซ่าน เพิ่มเติมด้วยสารอัลคาลอยด์ ที่ช่วยให้หลับสบายขึ้น ตบท้ายด้วยวิตามินบี 2 ซึ่งจะช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจให้สม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตาม ที่ต้องระวังก็คือ มะเฟืองมีกรดออกซาลิกสูง จึงไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคไต และผู้ที่ต้องฟอกไต เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงได้ รวมทั้งผู้ที่กำลังกินยาลดไขมัน และยาคลายเครียด ก็ไม่ควรกินมะเฟืองเช่นกัน

ขนุน…บำรุงสายตา

ผลไม้เมืองร้อนชนิดนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยวิตามินซี และแมงกานีส ที่จะช่วยบำรุงกระดูก ตับ ตับอ่อน และไต แถมยังเป็นสารสำคัญที่ช่วยดูแลสมอง ระบบประสาท เสริมภูมิต้านทานร่างกาย และผลเหลือง ๆ ของขนุนยังให้วิตามินเอ ลูทีน ซีแซนทีน ที่มีประโยชน์โดยตรงต่อดวงตา ช่วยในเรื่องของการมองเห็น ป้องกันอาการตาบอดกลางคืนด้วย นอกจากนี้ ยังมีสารลิกแนน ไอโซฟลาโวนอยด์ และสารซาโปนิน ที่จะช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งอีกต่างหาก

ประโยชน์เลิศขนาดนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะหยิบขนุนมากินจนเพลินเชียว เพราะเนื้อขนุน 100 กรัมให้พลังงานสูงถึง 95 กิโลแคลอรี แถมมีน้ำตาลถึง 20 กรัม เพราะงั้นกินได้แต่อย่าเยอะ

ลำไย…บำรุงหัวใจ ปราบอาการปวด

เป็นผลไม้ที่ให้น้ำมากถึง 80% แถมยังมีสารอาหารดี ๆ อย่างโปรตีน คาร์โบไฮเดรต แร่ธาตุ วิตามินอีกไม่น้อย จึงช่วยปราบโรคได้สารพัด ดยเฉพาะบรรเทาอาการปวด แก้ข้ออักเสบ ช่วยให้เส้นประสาทและกล้ามเนื้อทำงานได้อย่างเป็นปกติ สรรพคุณดี ๆ แบบนี้ ทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงนำสารสกัดเมล็ดลำไยมาผลิตเป็นครีมนวดแก้ปวด

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยพบว่า ลำไยมีสารออกฤทธิ์ยับยั้งความเป็นพิษของสารก่อมะเร็ง และช่วยต้านอนุมูลอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย ขณะที่ทางการแพทย์แผนจีนก็บอกว่า ลำไยมีสรรพคุณบำรุงหัวใจ บำรุงเลือด ผิวพรรณ ช่วยย่อยอาหาร แก้เครียด นอนไม่หลับ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ควรกินมากเกินไป เดี๋ยวจะร้อนในเอาได้ เพราะในเนื้อลำไยมีน้ำตาลอยู่ไม่น้อยเลย ซึ่งวิธีแก้ร้อนในจากลำไยก็คือให้กินมังคุดตามไปด้วยนั่นเอง

 

เปิดอ่าน 76 views ครั้ง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook