วันพฤหัส 19 เมษายน 2561
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ท่องเที่ยว > ของฝากที่น่าสนใจ จังหวัดสกลนคร

ของฝากที่น่าสนใจ จังหวัดสกลนคร

หมวดหมู่ : ท่องเที่ยว 4 เมษายน 2018 เปิดอ่าน 29 views ครั้ง

ของดีประจำจังหวัดสกลนคร

 

ผ้าย้อมคราม

เริ่มก่อตั้งตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2542 มีสมาชิก 16 คน โดยมีนางบุญตา ประชานันท์ เป็นประธานกลุ่ม ได้รวบรวมสตรีแม่บ้านที่มีความสามารถในการทอผ้า ตลอดทั้ง สามารถมัดหมี่เป็นด้วย เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาของท้องถิ่น เพื่อให้ชุมชนใช้และจำหน่ายผ้าไหมมัดหมี่เป็นอาชีพเสริมในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ปัจจุบันกลุ่มมีคณะกรรมการ บริหารงาน 5 คน มีเงินทุนในการดำเนินงาน 50,000 บาท

 

เนื้อโพนยางคำ

จุดเริ่มต้นของสหกรณ์โพนยางคำเล็กๆที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาถึง 30 ปี จนเติบใหญ่มีสมาชิกทั้งในสกลนครและภาคอีสานอีกหลายสิบจังหวัดเกิดจากความมุ่งมั่น ตั้งใจของทุกคนในสหกรณ์ซึ่งมีอุดมการณ์อันแรงกล้าที่จะพัฒนาเนื้อโคขุนของไทยเพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งพ.อ.หญิงมัทนา โอสถหงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด สหกรณ์ โพนยางคำ สกลนครได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่มาของสหกรณ์แห่งนี้ว่าสหกรณ์นี้เกิดเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2523 เพื่อส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคของเกษตรกรในเขตจังหวัดสกลนครและนครพนม ของ กรป.กลาง (ปัจจุบันคือหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา)โดยได้รับการสนับสนุนจากส่วนต่างๆ เช่น ศูนย์ส่งเสริมการขยายพันธุ์สัตว์ กรป.กลาง ให้การสนับสนุนด้านการผสมเทียมโค รวมไป ถึงน้ำเชื้อโคพ่อพันธุ์เนื้อจากต่างประเทศ ร่วมกับรัฐบาลฝรั่งเศส โดยสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย ฝ่ายวัฒนธรรม ซึ่งมีมร.ฟรังซัว แดร์โฟซ์ เป็นผู้ประสานงานและ ให้การสนับสนุน ด้านวิชาการ ทุนการศึกษาอบรมแก่เจ้าหน้าที่ไทย ไปฝึกอบรมในประเทศฝรั่งเศส ด้านการผลิตเนื้อ การตัดเนื้อ การผสมเทียม พืชอาหารสัตว์ การสหกรณ์ ฯลฯ ตลอดจนสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญ ด้านเกษตรและสหกรณ์มาปฏิบัติงานที่สหกรณ์และสนับสนุนทุนสร้างโรงฆ่าสัตว์ พร้อมอุปกรณ์เครื่องมือ รวมทั้งรถห้องเย็นใช้ขนส่งเนื้อ จุดเด่นเนื้อโคขุน”จุดสำคัญที่ทำให้โคขุนของเราแตกต่างกับที่อื่นก็คือเรามีระบบการบริหารจัดการที่ทันสมัยซึ่งได้มร.ฟรังซัว เป็นผู้ให้ถ่ายทอดความรู้ให้กับสมาชิกตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์โดยจะใช้โคลูกผสมสายเลือด Charolais, Limousin , Simmental ซึ่งเป็นวัวเนื้อพันธุ์ดี วิธีการให้อาหารจนถึงกระบวนการชำแหละในโรงฆ่ามาตรฐาน”จากนั้นจึงผ่านกระบวนการเก็บบ่ม (Ageing) ที่อุณหภูมิ 0-4 องศาเซลเซียส นาน 7 วัน แล้วจึงทำการให้คะแนนไขมันแทรก (Grading) ตามมาตรฐาน มกอช. 6001- 2547 แล้วจึงทำการตัดแบ่งชิ้นส่วน และกำหนดชื่อเรียก ตามแบบฝรั่งเศส ซึ่งมีทั้งหมด 17 ส่วน (เฉพาะเนื้อ) เช่น ทีโบน , เนื้อสันใน , เนื้อสันนอก , สันกลาง ฯลฯ “เนื้อวัวของที่นี่จะต่างกับที่อยู่ในท้องตลาดเพราะของตลาดจะเน้นเนื้อแดง แต่ของเราจะเน้นที่ไขมันซึ่งเราแบ่ง เกรดระดับไขมันซึ่งส่วนใหญ่โคขุนของเราจะได้ระดับเกรดประมาณ 4-5 ทำให้ราคาค่อนข้างสูงเพราะถือว่าเป็นเนื้อเกรดดี”

 

ไก่ย่างพังโคลน

เป็นอาหารยอดนิยมของคนไทย ใช้รับประทานได้ตั้งแต่อาหารจานหลัก อาหารว่าง อาหารเรียกน้ำย่อย หรือกับแกล้ม ซึ่งในแต่ละพื้นที่จะมีสูตรเฉพาะแตกต่าง กันออกไป แต่ส่วนใหญ่มักจะนิยมทำให้หนังกรอบ เนื้อนุ่ม และมีความหอมจากเครื่องเทศ โดยรับประทานกับข้าวเหนียว นอกจากนี้อาจมีการปรุงรสเพิ่มเติม เช่น ทาไก่ด้วยขมิ้น หรือทำเป็น ไก่ย่างนมสด ไก่ย่างน้ำผึ้ง เป็นต้น

 

ขนมปากหม้อ

ร้านปากหม้อร้านนี้เปิดมากว่า 20 ปีแล้ว ตั้งแต่ที่โรงหนังปารีส ฝั่งตรงข้ามยังเปิดฉายอยู่ ร้านนี้จึงได้ชื่อว่าร้านปากหม้อปารีส ไม่ใช่ปากหม้อนี้มาจากปารีสแต่อย่างใด ปากหม้อ เป็นปากหม้อไข่ดาว โดยที่เวลานึ่งแป้งจะตอกไข่ลงไปด้วยแล้วนึ่งให้สุก ใส่ไส้แล้วห่อมาวางบนจานและโรยด้วยหอมเจียว กินกัลน้ำจิ้มเปรี้ยวหวานเผ็ดข้าวเกรียบปากหม้อปารีส อ.เมืองสกลนคร และตามมาด้วยปากหม้อธรรมดา แบบ tradtionalข้าวเกรียบปากหม้อปารีส อ.เมืองสกลนคร ปากหม้อทั้งสองจานรสชาติดีมาก ไส้ปากหม้อเป็นหมูสับผัดกับต้นหอม และมีหมูยอด้วย  ถือว่าเป็นอาหารเบาๆ ที่อร่อย จากการที่ได้กินปากหม้อมาหลายร้าน ร้านปากหม้อปารีสอร่อยที่สุด เคล็ดลับอยู่ที่แป้ง เป็นแป้งสดและผสมแป้งท้าว จะเหนียวหนุบหนับ ซื้อกลับบ้าน หรือซื้อฝาก  ทางร้านจะแพ็คใส่กล่องพลาสติก เมื่อเอามาฟรีซไว้ก็สามารถนำมาเวฟกินได้อีก รสชาติเหมือนเดิม มันเยี่ยมตรงนี้แหละ

 

ไก่ดำภูพาน

ความเชื่อในสรรพคุณยาของไก่ดำ เป็นผลให้ผู้บริโภคในไทยสนใจและมีความต้องการ ทำให้การผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด อย่างลูกไก่ปัจจุบัน มีราคาสูงถึงตัวละ 200 บาท ที่สำคัญอีกประการคือเนื่องจากไก่ดำได้รับการจัดให้เข้ามาอยู่ในกลุ่มอาหาร เพื่อสุขภาพ ด้วยเชื่อว่าเป็นอาหารที่มีคุณสมบัติในการบำรุงสุขภาพคนป่วย ผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ และหลัง คลอด มีการนำไปสกัดทำซุปไก่เมื่อเปรียบเทียบจากการเลี้ยงไก่พื้นเมือง 1 ตัว จะใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ 4-5 เดือน ขายได้ตัวละ 60-70 บาท แต่หากเลี้ยงไก่ดำ ภูพาน ใช้เวลาเท่า ๆ กัน ไก่ดำภูพาน จะขายเป็น คู่ เพื่อให้เกษตรกร หรือผู้ที่สนใจเลี้ยงไก่ดำ นำไปเลี้ยงต่อเพื่อเป็นพ่อแม่พันธ์ เฉลี่ยตัวละ 500 บาท เป็นรายได้และมีกำไรมากกว่าการเลี้ยง ไก่สายพันธุ์พื้นเมืองถึง 7-8 เท่าตัว จากความต้องการของตลาดและการเลี้ยงที่ไม่ยุ่งยาก ลักษณะไก่ดำภูพาน มีสีดำทั้งตัว ตั้งแต่จะงอยปากถึงปลายเล็บ ผิวหนัง เกล็ดขา กระทั่งอวัยวะภายใน ล้วนดำสนิท ลักษณะดังกล่าวเกิดจากสารที่เรียกว่า “ไมอานิน” อันเป็นสารสีดำที่มีประโยชน์ เนื้อของไก่ดำมีโปรตีนสำคัญที่ร่างกายต้องการ คือแอนโดร และอะมิโนแอซิด อีกทั้งเนื้อไก่ดำมี ปริมาณไขมันหรือคอเลสเตอรอลต่ำ จึงให้คุณค่าทางอาหารแก่ร่างกายโดยสมบูรณ์ ไก่ดำที่เหมาะจะนำมารับประทาน ควรเลือกไก่ดำรุ่น ๆ หนักประมาณหนึ่งถึงหนึ่งกิโลกรัมครึ่ง เนื้อจะนุ่ม อร่อย ส่วนไก่ดำภูพาน2 ทุกอย่างเหมือนไก่ดำภูพาน 1 ทุกประการยกเว้นแต่สีขนเท่านั้นที่สีขาวทั่วตัว

 

 

เปิดอ่าน 29 views ครั้ง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook